ย้อนรอยกรรม

ย้อนรอยกรรมเขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้จัดทำเว็ปนี้

ผู้เขียนได้ชมละครชีวิตจริง 84000  ตอน บารมีปู่ใหญ่ ทางทีวีช่อง 5 ช่วงเวลา 18.05 น. -18.35 น. ในวันที่ 20-23 มิ.ย. 2554 รวม 4 วัน เกิดความสงสัยว่าชีวิตจริงของคนที่ไปอาศัยอยู่ป่ากับลิงเป็นเวลา 4 ปี และอยู่กับปู่ใหญ่อีก 2 ปี จะมีจริงหรือ และได้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร จากเว็ปไซต์ และได้พบข้อมูลหลวงปู่เทพโลกอุดร ที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี  ผู้เขียนได้เดินทางไปที่วัดนี้ในวันที่  2 ก.ค.  2554 พร้อมเช่าพระหลวงปู่เทพโลกอุดร ความสูง 11 นิ้ว พร้อมพระเครื่องอีกจำนวนหนึ่งจากหลวงปู่บุญ เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง

หลวงปู่เทพโลกอุดร วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี

หลังจากนั้นได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์บุญหนา ทวีจิตร ปรากฎว่ามีชื่ออยู่กับบริษัทกันตนา แต่ไม่ระบุที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ จึงไปสืบค้นหาต่อปรากฎว่าได้ภาพอาจารย์บุญหนา ทวีจิตร ถ่ายภาพร่วมกับลูกศิษย์ ซึ่งยืนอยู่ด้านป้ายโครงการสร้างถนนของ อบต.บ้านท่าดินดำ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี  จากจุดนี้นี่เองทำให้ผู้เขียนพอรู้ที่อยู่อย่างคร่าวๆ จึงได้เข้าไปดูแผนที่ใน Google  และได้เดินทางไปหาอาจารย์บุญหนา ทวีจิตร

ครั้งแรก

ในวันวันอาทิตย์ที่ 10  ก.ค.  2554  เดินทางออกจากบ้านที่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เวลา 04.30 น.

รูปเหมือนหลวงปู่ใหญ่ที่อาศรมแดนธรรม

ขับรถไปถึงหน้าอาศรม เวลา 8.25 น. แต่ไม่พบผู้ใดในบ้านหลังนั้น เห็นป้าย อ.บุญหนา ทวีจิตร และด้านล่างมีเบอร์โทรศัพท์อยู่ จึงได้โทรติดต่อแต่ไม่มีใครรับสาย  จึงถามยายคนหนึ่ง (ต่อมาทราบว่าเป็นพี่สาวของ อ.บุญหนา ทวีจิตร) ที่อยู่บ้านใกล้เคียงว่ารู้จักบ้าน อ.บุญหนา หรือเปล่า คุณยายก็ชี้นำทางให้ขับรถเข้าไปด้านใน พอขับรถเข้าไปพบ อ.บุญหนา ทวีจิตร พร้อมด้วยพระสงฆ์ จำนวน 3 รูป (ทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อ.ท่าลี่ จ.เลย และพระลูกวัดอีก 2 รูป) รู้สึกดีใจที่ดั้นด้นขับรถมาจนพบ

ถ่ายภาพครั้งแรกกับท่านอ.บุญหนา ทวีจิตร

ผู้เขียนได้เข้าไปไหว้ทักทาย อ.บุญหนา ทวีจิตร อาจารย์ได้เชิญเข้าไปภายในอาศรม และพูดประโยคหนึ่งว่า “ยังเดินไม่ค่อยถนัดยังคล้ายลิงอยู่” ทำให้เราทราบว่าเป็นบุคคลที่เราต้องพบจริงๆ แล้วอาจารย์ก็เริ่มเล่าประวัติของท่านอย่างละเอียด ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งในบางตอนของละครไม่เหมือนกับชีวิตของท่านเล็กน้อย เช่น ตลอดเวลาที่อยู่กับหลวงปู่ใหญ่ 2 ปี อาจารย์ไม่เคยเห็นหลวงปู่ฉันอาหารเลย และหลวงปู่จะไม่ปรากฎอยู่ทางด้านหน้าแต่อยู่ด้านข้างหรือด้านหลังตลอด ท่านอาจารย์บุญหนา ไม่เคยสัมผัสร่างกายของหลวงปู่ใหญ่เลยสักครั้ง และบาตรของหลวงปู่จะเป็นบาตรดินเผา ไม่เหมือนบาตรในสมัยนี้ ในชีวิตของท่านอาจารย์อยู่กับลิงที่มีจำนวนมากเป็นฝูง และถ้ำในละครที่ถ่ายทำนั้น ไม่ใช่ถ้ำจริงที่ อ.บุญหนา อยู่กับปู่ใหญ่ (ถ้ำจริงที่อยู่กับหลวงปู่ใหญ่คือ “ถ้ำพระ” อยู่ใน จ.ชัยภูมิ ซึ่งไม่ใช่ถ้ำวัวแดง ที่บุคคลทั่วไปเข้าใจกัน) และก่อนกลับ อ.บุญหนา ทวีจิตร ได้คล้องสร้อยพร้อมพระเครื่องรูปหลวงปู่ใหญ่ ผู้เขียนได้ขอเช่ารูปเหมือนหลวงปู่ใหญ่ ขนาดความสูง 5 นิ้ว ภายในบรรจุปรอทเหล็กไหล 1 องค์ อ.บุญหนา ทวีจิตร ให้อีก 1 องค์ เพื่อบูชาที่บ้าน 1 องค์และบูชาที่รถยนต์ 1 องค์ และมอบพระสมเด็จมาให้อีกจำนวนหนึ่งผู้เขียนทำบุญ 5,000 บาท พร้อมกับขออนุญาตถ่ายรูปร่วมกับอาจารย์เพื่อเป็นที่ระลึก

พระสมเด็จหลวงปู่ใหญ่ (ต้านภัยสารพิษ)

ด้านหลังพระสมเด็จหลวงปู่ใหญ่

รูปเหมือนปู่ใหญ่  ความสูง 5 นิ้ว

(ครั้งที่ 2)  

ในวันที่  15  ก.ค. 2554  ผู้เขียนได้เดินทางไปพบ อ.บุญหนา ทวีจิตร  ถึงอาศรมแดนธรรม เวลา 9.50 น. ได้พูดคุยกับอาจารย์ และอาจารย์ถามว่า “ไปเที่ยวถ้ำไหม?” รีบตอบรับทันทีว่าไปครับ พอขับรถออกจากอาศรมแดนธรรมตลอดเส้นทาง อากาศเย็นสบาย เดินทางไปถึงถ้ำ “บาดาล” วัดถ้ำโบสถ์ จ.ชัยภูมิ พอถึงลานวัดจอดรถเรียบร้อยแล้ว มีพระรูปหนึ่งเดินมาถามว่า “โยมมาเที่ยวถ้ำหรือและมีใครนำชมถ้ำหรือยัง” ผู้เขียนตอบว่ามีแล้วครับ แสดงว่าพระรูปนี้ที่บวชใหม่ท่านคงจะไม่รู้จัก อ.บุญหนา ทวีจิตร เพราะท่าน อ.บุญหนา ทวีจิตร ได้มาทำทางเดินและเดินสายไฟฟ้าเข้าสู่ภายในถ้ำแห่งนี้ พอเดินไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ

ถ้ำบาดาล อยู่วัดถ้ำโบสถ์ จ.ชัยภูมิ

           พอเข้าไปในถ้ำรู้สึกเย็นสบาย ท่านอาจารย์เดินนำทางได้อย่างคล่องแคล่วนำชมถ้ำต่าง ๆ และมีอยู่ถ้ำหนึ่งที่อาจารย์บอกว่ามีพญานาค และเดินไป 4-5 วันจะไปถึงฝั่งโขงต้องห่อข้าวไปกิน โอกาสหน้าอาจารย์จะพาไป ท่านอาจารย์ชี้ให้ดูรังเหล็กไหล และที่ก้อนหินย้อยรูปร่างสวยมาก ท่านอาจารย์บอกว่าหลวงปู่ใหญ่จะมานั่งตรงนี้ และขอถ่ายภาพกับอาจารย์ที่บริเวณในถ้ำบาดาล

มีธาตุกายสิทธิ์รังเหล็กไหล ที่อยู่ภายในถ้ำ

หลวงปูใหญ่มานั่งบนแท่นหินงอกหินย้อยนี้เป็นประจำ (จากคำบอกเล่าของ อ.บุญหนา)

ถ่ายภาพร่วมกับ อ.บุญหนา ทวีจิตร ภายในถ้ำบาดาล

เมื่อกลับออกจากถ้ำ ท่าน อ.บุญหนา ทวีจิตร ก็พาไปที่วัดวะตะแบก ต.วะตะแบก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เส้นทางค่อนข้างวิบากเป็นถนนลูกรังพึ่งทำเสร็จใหม่ๆ และฝนตกลงมาทำให้ถนนลื่นมาก  พอมาถึงก็พบกับรูปแกะสลักหลวงปู่ใหญ่จากหินก้อนใหญ่ ซึ่งท่าน อ.บุญหนา ทวีจิตร อยากได้สัมผัสกายหยาบของหลวงปู่ใหญ่ หลวงปู่จึงบอกให้ อ.บุญหนา ทวีจิตร แกะสลักเอาเองจากหิน ท่าน อ.บุญหนา ทวีจิตร บอกว่าท่านไม่เคยเรียนแกะสลักมาเลย หลวงปู่บอกว่าให้นึกถึงพระวิษณุกรรม ท่าน อ.บุญหนา ทวีจิตร ก็ทำตามที่หลวงปู่บอกแล้วหลับตา ปรากฎว่าฆ้อนกับสิ่วเริ่มทำหน้าที่ของมันเอง ใช้เวลาสร้างรูปเหมือนปู่ใหญ่เป็นเวลาทั้งสิ้น 15 วัน นับว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างยิ่ง แม้คนต่างชาติมาชมยังบอกว่าต้องใช้ช่างประมาณ 6 คน และใช้เวลาทำอย่างน้อย 2 ปีจึงจะเสร็จ

รูปเหมือนปู่ใหญ่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ

(ครั้งที่ 3)

วันที่ 12-13 ส.ค. 2554  ผู้เขียนได้นัดหมายกับท่าน อ.บุญหนา  ทวีจิตร โดย ท่านอ.บุญหนา จะพาไปวัดอัมพวัน อ.ท่าลี่ จ.เลย ซึ่งเป็นสถานที่กำลังก่อสร้างพระเจ้าใหญ่ ต้านภัยทุกทิศ กำหนดการคือ ผู้เขียนจะพักค้างคืนที่อาศรมแดนธรรม 1 คืน แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นจึงออกเดินทางไปวัดอัมพวัน ปรากฏว่า พอผู้เขียนไปถึงอาศรมแดนธรรม เวลาประมาณ 10.00 น. ท่าน อ.บุญหนา ได้บอกว่า หลวงปู่ใหญ่ท่านบอกว่า “มาถึงเมื่อไร ให้ออกรถทันที” แผนการเดินทางจึงปรับเปลี่ยนทันทีแบบงง ๆ แต่ผู้เขียนศรัทธาหลวงปู่ใหญ่ จึงไม่มีข้อซักถามใด ๆ ทั้งสิ้น ได้ปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ ระหว่างทาง ท่าน อ.บุญหนา ได้แนะนำสถานที่ต่าง ๆ ขณะที่ผู้เขียนขับรถผ่าน ทำให้ผู้เขียนได้รับความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์มากมาย ท่าน อ.บุญหนา ได้โทรศัพท์ประสานงานกับทางวัดอัมพวันว่า  ให้เตรียมยานพาหนะไว้ให้พร้อม บ่าย ๆ จะไปถึงวัดอัมพวัน และจะขึ้นไปบนยอดเขา ไปตรวจสอบงาน พอไปถึงวัดอัมพวัน ท่านเจ้าอาวาสได้ออกมาต้อนรับท่าน อ.บุญหนา และผู้เขียนจึงทราบว่ายานพาหนะที่ให้เตรียมไว้นั้น คือ รถสกายแล็ป(รถอีแต๋น) นั่นเอง ผู้เขียนพร้อมด้วยครอบครัว ได้รับประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่จะได้ขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อสักการะพระเจ้าใหญ่ แม้ว่าจะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ และอีกอย่างเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่นั่งรถอีแต๋น ขึ้นเขาที่เป็นเส้นทางยากลำบาก

เส้นทางขี้นไปสักการะพระเจ้่้าใหญ่ครั้งแรก

เส้นทางขี้นไปสักการะพระเจ้่้าใหญ่

เส้นทางขี้นไปสักการะพระเจ้่้าใหญ่ โดยรถสกายแล็ป (อีแต๋น)

พระเจ้าใหญ่ที่ไปสักการะครั้งแรก วันที่ 11 ส.ค. 54

ภายในองค์พระเจ้าใหญ่ คนงานและพระภิกษุ กำลังก่อสร้าง

ภาพมุมสูงจากพระเจ่้าใหญ่ มีทิวทัศน์สวยงามมาก

ในช่วงบ่ายจึงได้เดินทางออกจากวัดอัมพวัน พาผู้เขียนไปแวะชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ ขับรถไปทางเส้นทางจังหวัดเลย ผ่านขอนแก่น อำเภอครสวรรค์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และพักค้างคืนที่นี่  รุ่งขึ้นตอนเช้าเวลา 6.09 น. รีบออกเดินทางต่อมุ่งไปสถานที่สำคัญที่ อ.บุญหนา เคยอยู่กับหลวงปู่ใหญ่ในช่วงวัยเด็กคือ “ถ้ำพระ”  จ.ชัยภูมิ  ไปถึงบริเวณสำนักสงฆ์จอดรถหน้าวิหารธรรม แล้วเดินทางขึ้นเขาที่มีความสูงไม่มากนัก อากาศในตอนเช้าเย็นสดชื่นดีมากระหว่างทางเดินได้ยินเสียงน้ำตก ซึ่งก่อนที่ผู้เขียนเดินทางมาที่นี่ (ถ้้ำพระ) มีฝนตกหนักอยู่หลายวัน เพราะเส้นทางที่ผ่านมามีร่องลอยน้ำท่วมขังอยู่ บางที่น้ำก็เริ่มลดลง ระหว่างเดินขึ้นเขาท่าน อ.บุญหนา ก็ชี้ให้ดูพืชสมุนไพรซึ่งมีอยู่จำนวนมากมายหลายชนิด และชี้ให้ดูแอ่งน้ำที่ขังอยู่ตามโขดหิน ท่าน อ.บุญหนา บอกว่าท่านอาสัยน้ำเหล่านี้ดื่มกินเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด

อ.บุญหนา ชี้ให้ดูแอ่งน้ำที่อบู่ตามโขดหิน ที่ดื่มกินเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด

 

อาจารย์บุญหนา พาชมถ้ำพระ

ภาพทางเข้าถ้ำพระ

ภาพแกะสลักหินรูปหลวงปู่ใหญ่ อยู่บริเวณหน้าถ้ำพระ

หมายเหตุ การเข้าถ้ำพระซึ่งเป็นถ้ำอาถรรภ์ ต้องให้อาจารย์บุญหนาพาไป เพราะอาจเกิดอันตรายได้

บริเวณนี้เป็นที่นอนของอ.บุญหนา เมื่อครั้งอยู่กับปูใหญ่ในอดีต มีความสะอาดมาก

เป็นเส้นทางที่เข้า-ออกของรูงูหงอน อยู่เสมออยู่ภายในถ้ำ

พระธาตุที่อยู่ภายในถ้ำ เป็นพระอรหันต์ธาตุที่ดับขันธ์ในถ้ำแห่งนี้

พระธาตุของพระสุปฎิปันโน ที่เป็นพระอรหันต์ธาตุ ติดอยู่ที่ผนังภายในถ้ำเป็นจำนวนมาก

พระธาตุที่ป็นพระอรหันต์ธาตุ ของพระสุปฎิปันโน

ภายในถ้ำกว้างมากเคยมีพระสงฆ์มานั่งวิปัสนากรรมฐานปฎิบัติธรรม

ภาพภายในถ้ำมีความงดงามมากและยังเป็นธรรมชาติสุดๆ

เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมากสำหรับผู้เขียน เนื่องจากภายในถ้ำมืดมากไม่มีแสงสว่างเลย มีเพียงไฟฉายกระบอกเดียว และเพดาลถ้ำอยู่สูงมากประมาณ 20-30 เมตร แต่สามารถถ่ายภาพออกมาได้ชัดเจน (ผู้เขียนก่อนเข้าถ้ำได้อธิษฐานจิตขออนุญาตหลวงปู่ใหญ่บันทึกภาพเพื่อนำภาพไปเผยแพร่ต่อไป ภาพจึงออกมาอย่างที่เห็น

ภาพใบหน้าของหลวงปู่ใหญ่ที่อยู่บนเพดาลถ้ำ

อ.บุญหนา ได้ดับไฟฉายทำพิธีขอให้ลูกหลานได้เห็นใบหน้าของหลวงปู่ใหญ่ สักครู่หลวงปู่ได้สื่อมาทาง อ.บุญหนา ว่าให้เดินออกมาจากจุดทำพิธี ประมาณ 5-10 เมตร ให้มองไปที่เพดาลถ้ำ จะมีเส้นสีขาวใหญ่ๆ พวกเราช่วยกันมองหาก็ปรากฎภาพใบหน้าของหลวงปู่ใหญ่อย่างชัดเจน และใช้กล้องบันทึกภาพ โดยซูมภาพทั้งๆ ที่มองจากกล้องถ่ายรูปไม่เห็น และก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ภาพของหลวงปู่หรือไม่เพราะอยู่สูงมากและมืดมากๆ  สุดท้ายก็สามารถบันทึกภาพออกมาได้อย่างที่เห็น

ภายในถ้ำมีความสวยมากเต็มไปดวยหินงอกหินย้อย

(ครั้งที่ 4)

วันที่ 9-13 ต.ค. 54   อ.บุญหนา  ทวีจิตร ได้นัดหมายผู้เขียนว่าจะพาไปเที่ยวสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ผู้เขียนดีใจมาก ท่านอ.บุญหนา บอกให้ครอบครัวผู้เขียนเตรียมเต้นท์และอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม เพราะคราวนี้จะต้องไปหลายวันและอาจจะพักในถ้ำจึงต้องเตรียมเต้นท์ไปด้วย ที่สำคัญต้องเตรียมชุดขาว เพราะท่านอ.บุญหนา บอกว่าพวกบังบดจะได้เกรงใจ และไม่เกิดอันตรายใดๆ  ซึ่งสถานที่ไปครั้งนี้จุดแรกที่ไปก็คือ วัดอัมพวัน อ.ท่าลี จ.เลย เพื่อไปตรวจงานการก่อสร้างพระเจ้าใหญ่

อ.บุญหนา ตรวจดูการสร้างถนนขึ้นเขา

และเส้นทางขึ้นเขาเป็นถนนเทด้วยคอนกรีต ครั้งนี้ท่าน อ.บุญหนา บอกให้ผู้เขียนขับรถขึ้นไปถึงฐานพระเจ้าใหญ่เลย ทีแรกก็ไม่ค่อยจะกล้าขับเพราะเส้นทางค่อนข้างชันมาก แม้จเพิ่งเทคอนกรีตใหม่ก็ตาม ท่านอาจารย์บอกว่าไม่เป็นไร เราจะได้รับบุญบารมีอย่างเต็มที่ ผู้เขียนก็มีกำลังใจขับขึ้นไปถีงฐานองค์พระเจ้าใหญ่ ซึ่งเป็นลานดินกว่้าง และเข้าไปสักการะพระเจ้าใหญ่ พร้อมบันทึกภาพไว้

ผู้เขียนได้มาสักการะพระเจ้าใหญ่เป็นครั้งที่ 2 การก่อสร้างคืบหน้าไปมาก

หลังจากนั้นเดินทางไปที่วัด “พระธาตุสัจจะลาดปู่” อ.ท่าลี่ จ.เลย อยู่ใกล้พรมแดนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วัดนี้มีผู้คนศรัทธาอย่างมากสังเกตจากการมาทำบุญสักการะ

ฆ้องใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัดพระธาตุสัจจะลาดปู่

พระธาตุสัจจะลาดปู่ อ.ท่าลี่ จ.เลย

พระธาตุสัจจะลาดปู่ มีพระประธานพระพุทธรูปเก่าแก่และมีความศักดิ์สิทธิอย่างมาก ใครที่จะอธิษฐานขอได้เพียง 1 อย่างเท่านั้น เมื่อสมความปารถนาก็ต้องมีสัจจะมาแก้บนตามที่บนไว้

วัดพระธาตุสัจจะลาดปู่ อ.ท่าลี่ จ.เลย

รูปปั้นฤษีที่อยู่หน้าถ้ำ อ.บุญหนา เป็ผู้ปั้นไว้

อ.บุญหนา ชี้ให้ดูรูปปั้นฤษีที่อยู่หน้าถ้ำ ซึ่งอาจารย์เป็ผู้ปั้นไว้

หลังจากที่แวะสำนักสงฆ์นี้แล้ว (จำชื่อไม่ได้) ก็เดินทางต่อมาถึงศาลเจ้าปู่หลุบ อยู่ติดถนนเส้นทางหลัก จึงเข้าไปสักการะ อ.บุญหนาบอกว่า ตอนสร้างถนนสายนี้มีคนงานเสียชีวิตจำนวนมาก จึงได้มีการตั้งศาลเจ้าปู่หลุบขึ้นมา

ศาลเจ้าปู่หลุบ

บ้านน้ำผุด จะมีตาน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา น้ำใสมากๆ ดื่มได้

ทานอาหารเช้าแบบพื้นบ้าน อร่่อยมากๆ โดยเฉพาะปลาเผาที่สดน้ำจื้มสุดยอด และส้มตำที่รสเด็ด

ถ้ำแก้ว มีพระอยู่ 2 รูป อยู่ถ้ำละ 1 รูป

พระสงฆ์พึ่งกลับจากการบิณฑบาตร ในถ้ำแก้ว

ถ้ำนี้เคยมีชาวบ้านแอบมาขุดวัตถุโบราณที่อยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ และมีร่องรอยเศษกระเบ้ือง หม้อ ไห จำนวนมาก

อีกสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของถ้ำนี้คือผลึกแก้วขนาดใหญ่ สวยงามมาก

อ.บุญหนาพาเที่ยวถ้ำพญาช้างเผือก จ.ชัยภูมิ

รูปซ้างเผือกบริอยู่หน้าถ้ำ เป็นที่มาของชื่อถ้ำนี้คือ “ถ้ำพญาช้างเผือก” ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

หลังจากนั้นท่านอ.บุญหนา ก็ให้ผู้เขียนขับรถยนต์เดินทางต่อมุ่งหน้าไปสู่วัด “เขาภูพระ” ซึ่งวันนี้ตรงกับวันออกพรรษาพอดี (วันที่ 11 ต.ค. 54) วัดนี้มีชาวบ้านมาทำบุญกันจำนวนมาก คณะเดินทางของเราได้เข้าไปกราบนมัสการพระพุทธรูปสมัยทวารวดี แกะสลักจากหิน มีอายุนับพันปี

พระพุทธรูปสมัยทวารวดี

ชาวบ้านทำพิธีบวงสรวงศาลเพียงตา ในวันออกพรรษา

เมื่อดูชาวบ้านทำพิธีบวงสรวงเสร็จคณะของเราก็เดินทางต่อ เพื่อไปแวะเที่ยวที่น้ำตก “ตาดโตน” ในช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. แต่ไม่ได้เล่นน้ำตก เพราะช่วงนี้ตกน้ำไหลแรงมากและน้ำไม่ค่อยใสเนื่องจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน

น้ำตกตาดโตน จ.ชัยภูมิ

คณะเดินทางทั้ง 7 คนถ่ายรูปร่วมกัน น้ำตกตาดโตน จ.ชัยภูมิ

หลังจากนั้นคณะของเราก็เดินทางต่อไปที่วัด “สระหงส์” มาถึงที่นี่ก็บ่ายประมาณ 16 นาฬิกา ท่านอ.บุญหนา ก็ให้คณะของเข้าพบท่านเจ้าวาสเพื่อที่จะได้ขอพักค้างคืนบริเวณลานหิน ที่มีรอยพระพุทธบาทอยู่ ปรากฎว่าท่านเจ้าอาวาสไม่อยู่ มีพระลูกวัด 1 รูปและสามเณร 5-6 รูป เท่านั้น ท่าน อ.บุญหนา ก็พาคณะเราไปชมสถานที่บริเวณลานหินกว้าง

ลานหินบริเวณพระพุทธบาท

รถยนต์ของคณะเราจอดลานหินบริเวณพระพุทธบาท เพื่อจะพักค้างคืนที่นี่

แต่ไม่ได้ค้างในที่แห่งนี้ เนื่องจากท่าน อ.บุญหนา ได้ตรวจสอบและบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยให้ไปค้างที่อื่นดีกว่า เราจึงขับรถยนต์ออกเดินทางต่อ

พระนาคปรก จ.ชัยภูมิ ซึ่งอ.บุญหนา เป็นผู้สร้างด้วยตนเอง

รอยพระพุทธบาท ของแท้ดั้งเดิม (พระบาทขวา)

รอยพระพุทธบาท  (พระบาทขวา) อ.บุญหนา พบโดยบังเอิญขณะนั่งสมาธิ เกิดลำแสงพุ่งขึ้นมาจากบริเวณพุ่มไม้ ได้แหวกพุ่มไม้ไม่พบอะไร  เกิดความสงสัยจึงขุดลึกลงไปประมาณ 1 เมตร และได้พบรอยพระพุทธบาทข้างขวา (รอยพระพุทธบาทข้างซ้ายอยู่ที่จังหวัดสระบุรี) ท่านอ.บุญหนา ได้นำสีทองมาทาเพื่อให้เห็นรอยพระพุทธบาทได้ชัดเจน ดังปรากฎในภาพ

อยพระพุทธบาทเขาสระหงส์ จ.ชัยภูมิ

ตกลงในคืนเราไปพักค้างคืนอีกวัดหนึ่ง ที่อ.บุญหนา รู้จักกับท่านเจ้าอาวาสเป็นอย่างดี ชื่ออาจารย์เปรียง  ไปถึงที่วัดก็มืดพอดีเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า เดินไปที่กุฎิเจ้าอาวาส ได้เรียกท่านอยู่พักหนึ่งท่านก็ออกมาพูดคุยกับอ.บุญหนา อย่างเป็นกันเอง เพราะท่านทั้งสองถือว่าสหายธรรม เคยร่วมออกเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนามาก่อน วันนีท่านอาจารย์เปรียง ได้ให้คณะเรานอนที่ศาลาหลังเล็ก (ศาลาพักศพก่อนที่นำศพไปเผา) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเมรุของวัดพอดี ที่แรกท่านจะให้พักที่ศาลาใหญ่แต่กลัวว่าช่วงเวลา 04 นาฬิกา จะมีญาติโยมมาสวดมนต์ในตอนเช้ามืด จะเป็นการรบกวนคณะของเรา จึงให้มาพักที่ศาลาหลังเล็กนี้แทน

แวะชมวิวที่ผาเกิ้ง

แวะชมวิวที่ผาเกิ้ง

หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปวัดหนองบัวแดง

วัดเต่า อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

วัดเต่า มีสัญลักษณ์เป็นรูปเต่าขนาดใหญ่ อ.หนองบัวแดง มีเต่าและจระเข้

วัดนี้เป็นอีกวัดหนึ่งมีประชาชนจำนวนมาทำบุญและมาหาท่านเจ้าอาวาสนำสิ่งมาทำ บุญ บางคนก็มาถวายสังฆทาน ขอพรมน้ำมนต์ ท่านเจ้าอาวาสอายุยังไม่มาก บุคคลิกรูปร่างหน้าตาดี มีเมตตากับทุกๆ คนท่านพูดคุยให้ธรรมะได้ชัดเจนดีมาก และแจกวัตถุมงคลให้กับผู้ที่มากราบไหว้หรือมาทำบุญ รวมถึงคณะของเราท่านก็ให้ว้ตถุมงคลทุกคน

ถ่ายภาพร่วมกับท่านเจ้าอาวาส

หลังจากนั้นก็เดินทางต่อเพื่อไปวัดถ้ำวัวแดง ที่หลายๆ คนเขาใจว่าเป้นถ้ำที่หลวงปู้เทพโลกอุดรอยู่ที่นี่ แต่ความจริงนั้นเป็นอย่างไรผู้เขียนก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่ทราบแน่ๆ ก็คือท่านอ.บุญหนา ทวีจิตร นั่นเองเพราะท่านอยู่กับหลวงปู่ใหญ่เป็นเวลานานถึง 2 ปี

วัดถ้ำวัวแดง

คณะของเราได้จอดรถยนต์บริเวณลานวัดด้านล่าง ก็พบพระสงฆ์ 1 รูป นั่งอยู่เลยเข้ากราบนมัสการและสนทนาด้วยจึงทราบว่าท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดนี้ (วัดถ้ำวัวแดง) และท่านได้เล่าประวัติของวัดอย่างละเอียด  คณะเราพากันเดินขึ้นเขามีบันไดปูนเดินสะดวกสบาย เพื่อไปเข้าถ้ำวัวแดง ใช้เวลาเดินขึ้นเขาประมาณเกือบชั่วโมงเพราะเดินไปพักไปแต่ก็มีความสดชื่นเพราะมีน้ำตกอยู่ใกล้ๆ คลายความร้อนได้เยอะ พอไปถึงบริเวณถ้ำมีผู้คนหลายสิบคน มีตั้งแต่เด็กอายุน้อยๆ จนถึงคนแก่ ก็อุตสาห์เดินขึ้นมาจนถึงที่นี่

ภายในถ้ำ วัดถ้ำวัวแดง

หลังจากนั้นคณะของเราเดินทางต่อเพื่อไปอีกสถานที่หนึ่งที่สำคํญคือ “ถ้ำแก้ว” แต่ก่อนถึงถ้ำแก้ว ไปก็จอดรถยนต์ที่สำนักสงฆ์ ที่เป็นผู้ดูแลถ้ำแก้ว เวลาขณะนั้นประมาณ 17 นาฬิกา เห็นพระสงฆ์พร้อมด้วยอุบาสก อุบาสิกา สวดมนต์ทำวัตรเย็น แต่ที่นี่แปลกมากคือ อุบาสก อุบาสิกา สวดมนต์ทำวัตรเย็นอยู่ในมุ้งขนาดใหญ่หลังเดียวกันประมาณ 20-30 คน ส่วนพระสงฆ์จะนั่งสวดมนต์อยู่นอกมุ้ง ผู้เขียนก็ถึงบางอ้อ เพราะยุงที่นี่ชุมมากและตัวใหญ่ด้วย คณะเราก็ไม่อยากไปรบกวนการสวดมนต์ของท่านเจ้าอาวาส จึงแวะไปหาที่ทานอาหารที่เราเตรียมกันมาทานเสร็จ แล้วก็อาบน้ำเพราะมีห้องน้ำและที่อาบน้ำใกล้ๆ กับทางขึ้นเขาไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ด้านบนประมาณ 800 เมตร เมื่อเราอาบเสร็จก็ไปหาท่านเจ้าอาวาส ตอนนี้พระสงฆ์ทำวัตรเสร็จพอดี ท่านอ.บุญหนา ได้ไปพูดคุยกับท่านเจ้าวาสซึ่งท่านรู้จักอ.บุญหนา เป็นอย่างดี เพราะท่านอ.บุญหนา เคยมีบุญคุณต่อกัน ท่านเจ้าอาวาส ท่านอยากให้คณะของเราไปพักที่ศาลาหน้าถ้ำแก้ว แต่ว่าวันนั้นฝนตกหนักก่อนที่คณะของเราจะมาถึง ทำให้ถนนลื่นและเป็นอุปสรรคในการขึ้นเขาในช่วงเวลากลางคืน ก็เลยพักอยู่ที่ศาลาหลังใหญ่ด้านล่าง ในช่วงเวลา 2 ทุ่ม มีการจุดโคมลอยในตอนกลางคืนฝนตกหนักมาก โชคดีที่คณะเราไม่ได้ไปพักค้างคืนที่บนเขาหน้าถ้ำแก้ว ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้จากสัตว์มีพิษ

มืองโบราณศรีเทพ

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาท่าน อ.บุญหนา ให้เรารีบเก็บของและออกเดินทางโดยทันที เลยไม่ได้ขึ้นไปที่ถ้ำแก้ว จนกระทั่งมาถึงอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณท่านอ.บุญหนา ได้พาชมเมืองโบราณศรีเทพ  และกลับมาถึงอาศรมแดนธรรม ในช่วงบ่ายโมงเศษ

เมืองโบราณ

ทับหลังที่ปราสาทศรีเทพ

เสมาขนาดใหญ่

ครั้งที่ 5 

วันที่ 4-8 พ.ย. 2554  การไปในครั้งนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาทอดกฐินของวัดอัมพวัน อ.ท่าลี่ จ.เลย  ในวันที่ 4 พ.ย. 2554 ผู้เขียนได้นำรถยนต์ของพี่เขยไปจอดไว้ที่อาศรมแดนธรรม และค้างคืนที่นี่ 1 คืน พอรุ่งเช้าของวันที่ 5 พ.ย.. 2554  ท่าน อ.บุญหนา ได้จัดเตรียมเช่ารถตู้ไว้ 1 คัน ให้กับครอบครัวผู้เขียน 4 คน และคุณยายบัวชุมอีก1 ท่าน รวม 5 คน ที่นั่งมาในรถตู้ครั้งนั้น โดยรถตู้ออกเดินทางจากอาศรมแดนธรรมเวลาประมาณ 8 นาฬิกา ไปถึงวัดอัมพวัน อ.ท่าลี่ จ.เลย  ก็บ่าย 2 โมงเศษ มีชาวบ้านมาช่วยงานที่วัดอัมพวันจำนวนมากทางวัดได้จัดตั้งกองกฐินที่เต็นท์กลางแจ้ง ในช่วงตอนเย็นมีการสวดพุทธมนต์ ผู้เขียนบันทึกภาพที่แปลกได้อีกภาพดั่งในรูปด้านล่าง

กลางเต้นท์นอนบริเวณลานวัดอัมพวัน

ตั้งองค์กฐิน

ผู้เขียนนำสิ่งของลงจากรถตู้และจัดกลางเต็นท์ที่เตรียมมาในสนามหญ้าบริเวณวัด คืนนี้นอนไม่ค่อยหลับเพราะอากาศเย็นและชาวบ้านที่เล่นเปตองอย่างสนุกสนานส่งเสียงดังมาก ในตอนเช้าชาวบ้านมาทำบุญเลี้ยงพระที่วัด เมื่อพระฉันอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว เวลา 8 นาฬิกาเศษ เริ่มพิธีทอดกฐิน โดยแห่ผ้ากฐินและบริวารกฐินไปรอบๆ ศาลาวัด เพราะวัดนี้ยังไม่มีพระอุโบสถ ทำพิธีทอดเสร็จ 10 นาฬิกา ก็เดินทางกลับพร้อมกันทั้งรถของ อ.บุญหนา ลูกหลาน ลูกศิษย์ และรถตู้ที่ผู้นั่งมา รวม 5 คัน แวะทานอาหารกลางวัน ตรงทางแยกน้ำหนาว และอ.บุญหนา ได้พาไปดูที่ดินที่ลูกศิษย์ยกให้ อ.บุญหนา จำนวน 50 ไร่ ที่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อให้ปลูกพืชสมุนไพร เส้นทางคดเคี้ยวพอสมควร ถึงที่น้ำหนาวบ่าย 4 โมงกว่า และออกเดินทางจากน้ำหนาวเพื่อกลับที่พัก ลพบุรี ถึงอาศรมแดนธรรม 3 ทุ่มกว่า

อ.บุญหนา ประธานในพิธี

ภาพอัศจรรย์ในวันทอดกฐิน

แห่องค์กฐินรอบวัด

งานทอดกฐินบนศาลา

              รุ่งขึ้น อ.บุญหนา พาไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง มีทั้งวัด ถ้ำ และสถานที่โบราณ มีโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และแอ่งน้ำที่มีชื่อว่า “เตาขนมจีน” แอ่งน้ำนี้จะมีน้ำผุดขึ้นมาตลอดน้ำไม่เคยแห้งเลย ผ่านทุ่งทานตะวัน ที่กำลังออกดอกสวยงามมาก ผ่านเขาที่มีชื่อว่า “เขานางนอน”

ทุ่งทานตะวัน

น้ำศักดิ์สิทธิจากเพดานถ้ำ

อ.บุญหนา ทวีจิตร ที่อยู่ในถ้ำ

ลูกๆหลานๆของอ.บุญหนา

เที่ยววัดต่างๆ

โครงกระดูกมนุษย์โบราณ

โครงกระดูกมนุษย์โบราณ

อ.บุญหนา กับการบรรยายแอ่งน้ำตาขนมจีน ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

12 ความเห็น (+add yours?)

  1. on
    ก.ย. 07, 2012 @ 04:53:12

    เรียนอาจารย์บุญหนา
    เรียนถามว่านำพระแช่น้ำ แล้วนำน้ำมาดื่มป้องกันโรคหรือเปล่าค่ะ
    พระสมเด็จสีขาว สีเขียว สีดำ ต่างกันอย่างไรค่ะ พุทธคุณอย่างไรบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบกลับ

    • barmepuyai
      ต.ค. 11, 2012 @ 13:10:52

      สวัสดีครับคุณอร ผมผู้ดูแลระบบเว็ปนี้ได้ถามท่าน อ.บุญหนา ให้แล้วครับ ท่านอาจารย์บอกว่านำพระมาแช่น้ำแล้วนำมาดื่มป้องกันโรคได้ครับ ส่วนพระสมเด็จที่มีสีขาว สีเขียว สีดำ มีพุทธเหมือนกันครับ คือตัองมีความศรัทธาต่อองค์พระก่อน ส่วนพุทธคุณมีครบทุกด้าน เช่น ป้องกันภัย แคล้วคลาด เมตตา โชคลาภและอื่นๆ ตาม่ที่เราปรารถนาครับ

      ตอบกลับ

  2. Tonza Kenji
    พ.ย. 23, 2012 @ 09:11:44

    สวัสดีครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ศรัทธา หลวงปู่ใหญ่ และ อ.บุึญหนา มากครับ ผมได้รู้เรื่อง หลวงปู่ใหญ่จากคลิป เตือนภัยภิบัติโลก และอื่นๆ อีกเยอะมากครับ และได้รู้เรื่องราว อ.บุญหนา จากรายการ ชีวิตจริงชุด 48000 และเคยอยู่กับ หลวงปู่ใหญ่ด้วย ผมก็เลยมีความศรัทธา ที่อยากจะบูชาพระผง หลวงปู่ใหญ่ เพื่อมาเป็นสิริมงคลแก่ตัวผมครับ ไม่ทราบว่าผมต้องจะทำยังไงหรอครับ ผมอยู่ กทม. ไม่สะดวกไปที่ อาศรมแดนธรรม ครับ ผมพอจะเช่าบูชา ได้ที่ไหนบ้างครับ ขอบคุณครับ

    ตอบกลับ

  3. สุดา ม่วงทา
    พ.ค. 20, 2013 @ 13:40:25

    อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

    ตอบกลับ

  4. รัชต์สุธี ไหวพริบ
    มิ.ย. 22, 2013 @ 12:57:08

    ขออนุโมทนา กับ อ.บุญหนา และคณะที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับหลวงปู่ใหญ่ ให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ ถ้าผมประสงค์จะร่วมทำบุญด้วยจะติดต่อ อ.บุญหนา ได้มั้ยครับ

    ตอบกลับ

  5. A A
    มิ.ย. 24, 2015 @ 13:11:13

    ขอเบอร์ อ.จ บุญหนาด้วยคะ

    ตอบกลับ

  6. moo
    ต.ค. 02, 2015 @ 07:18:40

    อนุโมทนาบุญกับ อ.บุญหนา และเจ้าของเว็บด้วยค่ะ

    ตอบกลับ

  7. moo
    ต.ค. 02, 2015 @ 07:22:59

    จะขอเรื่องปฏิบัติค่ะ คุณลุงบุญหนา เลยบอกให้บูชา โดยเอา มะลิ 5 ดอก และจุดธูป 9 อัน แล้วอธิษฐานถึงหลวงปู่ ค่ะ แต่ทีนี้อยู่หอพักไม่สะดวกที่จะจุดธูป เพราะจะรบกวนคนอื่น แล้วห้องก็แคบมาก เลยอยากฝากพี่เจ้าของเว็บช่วยถามคุณลุงให้หน่อยได้ไหมคะว่า ถ้าไม่จุดธูปแต่นั่งสมาธิแล้วนึกถึงท่านจะได้ไหม จะโทรไปถามคุณลุงอีกก็เกรงใจค่ะ และไม่ได้สนิทอะไรกับท่านเลยไม่อยากรบกวนมาก ค่ะ

    ตอบกลับ

    • barmepuyai
      พ.ย. 02, 2015 @ 06:40:24

      โทรถามอาจารย์บุญหนาได้เลยครับ ท่านเป็นกันเองไม่เคยถือตัวแต่อย่างใด และอาจจะได้ข้อคิดดีๆ หรือแนวทางการปฎิบัติที่ดีด้วยครับ

      ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: